Tag-Archive for ◊ slot ◊

Author:
• Wednesday, May 16th, 2012
ข้าวโพดสีม่วง

ข้าวโพดสีม่วง ช่วยต้านมะเร็ง

รู้หรือไม่ว่า ข้าวโพดเหนียวสีม่วงที่มีรสชาติหวานนุ่มลิ้น และเคี้ยวเพลินนั้น มีคุณสมบัติช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็ง และยังช่วยร่างกายสมานแผลและต่อต้านเชื้อโรคอีกด้วย

โดยในข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงนี้มีสารที่เรียกว่า “แอนโทไซยานิน” ที่จะช่วยส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดง ควบคุมระดับน้ำตาล และช่วยชะลอการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด

นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางสารอาหารสูงอีกด้วยนะคะ เรียกได้ว่าสาว ๆ คนใดที่รักสุขภาพ คงต้องรีบให้ข้าวโพดชนิดนี้เป็นหนึ่งในตัวช่วยบำรุงร่างกายแล้วล่ะค่ะ

Author:
• Wednesday, May 16th, 2012
ลดน้ำหนัก

เรื่องแปลก ๆ ของการไดเอ็

เคล็ดลับเหล่านี้อาจเป็นวิธีลัดในการลดน้ำหนักที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน หรืออาจจะเคยรู้แต่คุณอาจคิดว่าคงไม่จริงมั้ง ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีการไดเอ็ตรูปแบบไหน 3 เคล็ดลับนี้จะช่วยคุณลดน้ำหนักได้ชัวร์ ๆ เลยล่ะ

เรื่องของแคลอรี่

ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้เจาะจงว่าปริมาณแคลอรีรวมที่คุณได้รับในแต่ละวันจะต้องน้อยกว่าแคลอรีที่คุณเผาผลาญไป และไม่ว่าคุณจะเลือกกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และน้ำตาลต่ำแค่ไหน แต่ถ้าคุณได้รับแคลอรีมากเกินกว่าที่ใช้ไป ก็มีโอกาสที่น้ำหนักจะขึ้นแบบพุ่งพรวดเลยล่ะ

เมื่อคุณต้องการลดน้ำหนัก จำไว้เลยว่าอย่าให้แคลอรีเกิน และต่อให้คุณกินช็อกโกแลตสักแท่ง คุณก็สามารถลดน้ำหนักได้ ถ้าช็อกโกแลตแท่งนั้นไม่ทำให้แคลอรีที่ร่างกายคุณได้รับนั้นมากเกินกว่าที่ร่างกายใช้ไป

แน่นอนว่าคุณต้องออกกำลังกาย

เสียใจด้วยสำหรับคนไม่ชอบออกกำลังกาย เพราะการเข้ายิมนั้นจะช่วยส่งเสริมสุขภาพทั้งหัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ และเมื่อเริ่มออกกำลังกายแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักทุกวัน ช่วงแรก ๆ ที่น้ำหนักอาจขึ้นหรือยังไม่ลดนั้น มาจากสาเหตุที่คุณดื่มน้ำชดเชยร่างกายที่เสียเหงื่อไปมาก ๆ ก็เท่านั้นเอง

 กินหลายมื้อช่วยได้จริงหรือ

การกินมื้อย่อย ๆ 6-8 มื้อ ด้วยอาหารสุขภาพที่มีแคลอรีต่ำนั้นจะต่างกับการกิน 3 มื้อปกติตรงที่มันจะช่วยให้คุณรู้สึกหิวระหว่างวันน้อยลง เมื่อคุณกิน 3 มื้อในระหว่างที่ท้องว่าง คุณก็มักจะหยิบขนมหวานทั้งหลายมาแก้หิว หรือไม่ก็กินมื้อเย็นแบบจัดเต็มไปเลย ซึ่งวิธีกินทีละน้อย แต่หลายครั้งต่อวันจะเป็นวิธีลัดให้คุณพิชิตการไดเอ็ตได้

Author:
• Wednesday, May 16th, 2012
น้ำผลไม้

เครื่องดื่มทำให้อ้วนได้จริงหรือ
คอลัมน์ ฉลาด…ใช้ยา โดย ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

จะมีกี่คนที่คิดว่าเครื่องดื่มรสหวานเย็น หอมชื่นใจ ที่ดื่มอยู่ทุกวัน จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เพิ่มความอ้วนให้กับเรา

มีรายงานการศึกษาจากต่างประเทศที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า นับวันคนทั่วโลกจะดื่มเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับความก้าวหน้าของธุรกิจและการตลาด ทำให้มีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดใหม่ ๆ แปลก ๆ มากมายมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และในจำนวนเครื่องดื่มที่บริโภคมากขึ้น เช่น กาแฟเย็นที่มีรสหวาน มัน หอม กลมกล่อม อุดมด้วยครีมและเนย จะส่งผลต่อน้ำหนักตัวและความอ้วนได้

1 ใน 3 ของความอ้วน… เกิดจากเครื่องดื่มรสหวาน

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งสรุปว่า 1 ใน 3 ของความอ้วนหรือน้ำหนักของชาวอเมริกันที่เพิ่มมากขึ้น มีสาเหตุมาจากการบริโภคเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีรสหวานจากส่วนผสมของน้ำตาล และ/หรือครีมเทียมที่เสริม ความมัน เพิ่มรสชาติของเครื่องดื่มให้กลมกล่อม น่ากิน

อธิบายได้ง่าย ๆ ว่า เครื่องดื่มเหล่านี้มักผสมด้วยน้ำตาลและไขมัน ทำให้มีปริมาณสารอาหารที่ให้พลังงานเป็นจำนวนมาก ทางการแพทย์เรียกว่า มีแคลอรี (calories) เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แล้วไม่ถูกนำไปใช้เป็นพลังงานก็จะถูกนำไปสะสมเป็นไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และก็อ้วนขึ้นได้

นอกจากนี้ ยังมีอีกการศึกษาหนึ่งที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างนานถึง 8 ปี พบว่า ผู้หญิงที่เพิ่มการดื่มเครื่องดื่มรสหวานอีกวันละ 1 แก้ว จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 8 กิโลกรัม ในช่วงที่ทำการศึกษาวิจัย ในขณะที่ผู้หญิงที่ลดเครื่องดื่มรสหวานลง 1 แก้ว/วัน จะสามารถลดน้ำหนักลงได้เพียง 2.8 กิโลกรัมเท่านั้น

เครื่องดื่มรสหวาน… เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

มีรายงานวิจัยหนึ่งพบว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มรสหวานจากน้ำตาล จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมากยิ่งขึ้น โดยเครื่องดื่มชนิดนี้จะส่งผลต่อขนาดของสารแอลดีแอล หรือไขมันไม่ดี (LDL : low density lipoprotein) ระดับน้ำตาลในเลือด และสาร C-protein

นอกจากนี้ เครื่องดื่มรสหวานยังส่งผลทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน โรคฟันผุ อีกด้วย

ควรจะเลือกเครื่องดื่มชนิดใด

ดังนั้น เครื่องดื่มจึงส่งผลต่อสุขภาพของเราได้ ประกอบกับในโลกยุคปัจจุบันที่มีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดมานำเสนอขายให้กับประชาชนได้บริโภคอย่างมากมายตามตู้แช่ เครื่องหยอดเหรียญ หรือซุ้มกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม

ในที่นี้จึงขอเสนอแนวทางการเลือกบริโภคเครื่องดื่มให้เหมาะสมและดีกับสุขภาพของเรา โดยจะขอแบ่งกลุ่มของเครื่องดื่มเป็น 6 กลุ่ม ตามคุณค่าของเครื่องดื่มต่อสุขภาพจากมากไปน้อย ดังนี้

น้ำดื่ม

1.น้ำดื่ม

จะเป็นน้ำกลั่น น้ำกรอง น้ำต้มสุก หรือน้ำฝน ล้วนเป็น “เครื่องดื่มที่ดีที่สุด” มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่วยให้การทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การเผาผลาญพลังงาน การหายใจ การหลั่งเหงื่อ การขับปัสสาวะ เป็นปกติ นอกจากนี้ น้ำยังช่วยแก้กระหาย และเพิ่มความชุ่มชื้นต่อร่างกายอีกด้วย

หลายคนอาจสงสัยว่า ในวันหนึ่งร่างกายของเราควรได้รับน้ำปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสม สำหรับในประเทศจะแนะนำให้ดื่มน้ำประมาณวันละ 2 ลิตร หรือ 2,000 มิลลิลิตร ซึ่งส่วนหนึ่งอาจได้จากอาหารที่กินเข้าไปแล้ว

กาแฟ

2.ชาและกาแฟ (ไม่เติมน้ำตาลและครีม)

รองจากน้ำดื่ม คือ ชาและกาแฟนับเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มเป็นอันดับ 2 และจะดีกับสุขภาพ ถ้าหากดื่มชาและกาแฟชนิดที่ไม่ต้องเติมน้ำตาล และครีม (หรือนมสด) เพราะเฉพาะชาหรือกาแฟเดี่ยว ๆ จะไม่มีแคลอรีอยู่เลย จึงไม่ส่งผลต่อน้ำหนักตัวและความอ้วน

นอกจากนี้ ชาจะประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ฟลาวานอยด์ และสารอื่น ๆ ที่จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย อาจช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก ลดอาการฟันผุ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และลดการเกิดนิ่วที่ไตได้
ส่วนกาแฟก็จะช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ได้ ฟากชาเชียวก็มีรายงานว่า ช่วยป้องกันโรคหัวใจได้

ทั้งชาและกาแฟมีสารกาเฟอีนเหมือนกัน แต่พบในกาแฟมากกว่าในชา สารกาเฟอีนนี้ส่งผลไปกระตุ้นสมอง ทำให้ไม่ง่วงนอน กระตุ้นการหายใจ การเต้นของหัวใจ และเพิ่มการขับปัสสาวะ ซึ่งบางคนอาจจะไวต่อสารกาเฟอีนนี้ได้ โดยมักมีอาการใจสั่น (หัวใจเต้นเร็ว) เมื่อดื่มกาแฟ จึงควรหลีกเลี่ยงกาแฟ

น้ำเต้าหู้

3.นม และน้ำเต้าหู้ที่มีไขมันต่ำ

นมเป็นสารอาหารที่สำคัญของเด็กที่อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และวิตามินดี ส่วนน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองที่เติมแคลเซียมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่แพ้นมวัว แต่ก็มีรายงานว่า นมมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากและมดลูก ในผู้ใหญ่จึงควรดื่มนมไม่เกินวันละ 2 แก้ว

น้ำอัดลม

4.เครื่องดื่มรสหวานที่ไม่ใช้น้ำตาล

เครื่องดื่มประเภทนี้มีส่วนผสมขงสารที่ให้ความหวานชนิดอื่นที่ไม่ใช้น้ำตาล เช่น แอสพาร์แทม (aspartame) แซ็กคาริน (saccharin) ฯลฯ ตัวอย่าง เช่น ไดเอ็ทโค้ก เป๊ปซี่ซีโร่ เป็นต้น ซึ่งเป็นน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลที่ให้แคลอรี (พลังงานแก่ร่างกาย) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยังติดรสชาติของน้ำอัดลม แต่ไม่ต้องการแคลอรี แต่ก็มีรายงานมีส่วนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

น้ำผัก

5.เครื่องดื่มที่ผสมสารอาหาร

กลุ่มนี้ได้แก่ น้ำผลไม้ น้ำผัก นม เครื่องดื่มเกลือแร่ เครื่องดื่มเสริม วิตามิน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ควรระวังถึงจำนวนแคลอรีหรือจำนวนพลังงานที่มีอยู่ในเครื่องดื่มที่จะส่งผลเพิ่มน้ำหนักตัวของผู้ที่เดิมได้

กาแฟ

6.เครื่องดื่มรสหวานจากน้ำตาล

กลุ่มนี้ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่าน้อยที่สุด ไม่แนะนำให้ดื่มเป็นประจำ เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลที่ให้ความหวานแก่ผลิตภัณฑ์ เพราะถ้าดื่มเป็นประจำจะทำให้ร่างกายได้พลังงานเพิ่มขึ้น ถ้าใช้ไม่หมด ก็จะไปสะสมเป็นไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคฟันผุอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ประเภทสมู้ทตี้ กาแฟชนิด 3 in 1 กาแฟพร้อมดื่ม ฯลฯ ซึ่งอุดมไปด้วย น้ำตาล ครีม หรือนม จึงมีพลังงานหรือจำนวนแคลอรีในปริมาณที่สูง

ควรเลือกเครื่องดื่มที่ดีกับสุขภาพอย่างไร

จากการแบ่งกลุ่มเครื่องดื่มที่มีผลต่อสุขภาพเป็น 6 กลุ่ม เรียงตามผลดีที่มีต่อสุขภาพจากมากไปน้อยนั้น ในทางปฏิบัติจะแนะนำว่า ในปริมาณน้ำหรือเครื่องดื่มที่จะบริโภคไปทั้งหมดใน 1 วันนั้น มากกว่าร้อยละ 70 ควรเป็นเครื่องดื่มในกลุ่มที่ 1 และ 2 รวมกัน อันได้แก่ น้ำ ชา และกาแฟรวมกัน และจะต้องเป็นกาแฟและชาที่ไม่เติมน้ำตาลและครีม

ส่วนที่เหลืออีกไม่เกินร้อยละ 30 เป็นเครื่องดื่มในกลุ่มที่ 3-6 รวมกัน โดยภาพรวมแล้ว ถือว่า น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุด ควรดื่มเป็นประจำ และเป็นปริมาณส่วนใหญ่ของเครื่องดื่มทั้งหมด

ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและครีมเป็นเครื่องดื่มมีคุณค่าต่อสุขภาพน้อยที่สุด ไม่ควรดื่มเป็นประจำ ถ้าไม่ดื่มเลยก็จะดีที่สุด เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพทั้งในด้านน้ำหนักตัว ความอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด และฟันผุ อีกด้วย

Author:
• Wednesday, May 16th, 2012
ลดน้ำหนัก

เชื่อว่าคงไม่มีสาว ๆ คนไหนในโลกนี้ไม่อยากมีหุ่นผอมเพรียว เพราะฉะนั้นหลายคนจึงตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งอดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนสร้างความลำบากให้คุณสาว ๆ ไม่น้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า จริง ๆ ยังมีอีกหลายวิธีที่ลดน้ำหนักได้ง่าย ๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว หากคุณเข้มงวดกับตัวเอง และเอาจริงเอาจัง ลองไปดูกันว่า มีวิธีไหนเจ๋ง ๆ บ้าง

1.คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการลดน้ำหนักคือการอดอาหาร แต่จริง ๆ แล้ว การลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือการกินอาหารให้มากขึ้นต่างหาก โอ๊ะ! เราไม่ได้หมายถึงให้คุณสวาปามนะจ๊ะ เพราะอาหารที่เราแนะนำให้คุณสาว ๆ ทานเพิ่มคือ อาหารจำพวกผักต่างหากล่ะ ส่วนอาหารทั้งหลายที่คุณชอบก็ยังสามารถทานต่อไปได้ อาจลดปริมาณให้น้อยลงนิดนึง แต่ไม่ต้องอดจนขาดใจนะจ๊ะ

2.เมื่อพูดถึงการออกกำลังกาย สาว ๆ หลายคนอาจทำหน้าเซ็ง นึกถึงความเหนื่อยหนักยุ่งยาก และการฝืนใจ ลองเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ หากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยให้คุณผอมเพรียว แข็งแรง และสนุกไปพร้อม ๆ กัน อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กีฬาริมชายหาด ล้างรถ หรือถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวเมืองหนาว ก็ลองไปเล่นสกี ปั้นตุ๊กตาหิมะดู นอกจากสนุกแล้วยังใช้แรงมากทีเดียว อ่อ…หรือถ้าไม่อยากออกไปไหน อยู่บ้านว่าง ๆ ไม่มีอะไรจะชวนแฟนหนุ่มเล่นจ้ำจี้ด้วยก็ยังได้นะ

3.ถ้าวันไหนแดดร่มลมตก อากาศดี ๆ ลมพัดสบาย ๆ ลองออกไปเดินสูดอากาศนอกบ้านดูบ้างเป็นไง ถ้าไม่มีเวลามากพอ เดินสัก 10 นาที ก็ช่วยได้เยอะแล้วนะ

4.อย่าตามใจปาก โดยเฉพาะกับอาหารแคลอรีสูงทั้งหลายที่คุณชอบ พวกพิซซ่านี่แหละตัวดีเลย แต่ถ้าอยากทานจริง ๆ ก็เลือกพิซซ่าที่นำด้วยชีสไขมันต่ำก็พออนุโลมได้

ดื่มน้ำ

5.ดื่มน้ำเยอะ ๆ ในแต่ละวัน เพราะผลการวิจัยบอกว่า น้ำจะช่วยเร่งระบบเผาผลาญ แถมหากดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารเที่ยงยังช่วยให้เราทานอาหารได้น้อยลงด้วย

6.แบ่งอาหารให้เพื่อนที่กำลังลดความอ้วนเหมือนกัน ทานด้วยกัน ควบคุมด้วยกัน จุดประสงค์เดียวกันสองแรงแข็งขันจะทำให้เกิดแรงกระตุ้นให้สามารถเอาชนะความอ้วนได้แบบคูณสองเลย

7.ถ้าชอบฟังเพลง อย่านั่งฟังเฉย ๆ ลุกขึ้นมาเต้นตามจังหวะเพลงโปรดไปด้วยดีกว่า จะเต้นท่าไหนยังไงก็ตามแต่คุณถนัด พยายามเต้นให้ได้อย่างน้อย 15 นาที ก็ไม่มากนะ แค่ 4-5 เพลงเองจริงม่ะ

8.ขอพื้นที่เล็ก ๆ ด้วยการเลือกจานข้าวใบเล็ก ๆ ดีกว่า ยิ่งพื้นที่เล็กเท่าไหร่ คุณก็จะทานอาหารได้น้อยกว่าจานใหญ่แน่นอน แม้จะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน หากนึกภาพไม่ออกลองคิดง่าย ๆ เวลาทานอาหารในจานเล็ก ๆ หมดแล้ว เราจะรู้สึกผิดใช่มะ ถ้าต้องขอเติมจานที่สอง เมื่อไม่เติมข้าวเพิ่ม เท่ากับเราไม่ได้ทานเยอะไงล่ะ

9.อย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง หากิจกรรมอย่างอื่นทำซะ อาจจะดูโทรทัศน์ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน เลือกกิจกรรมที่ทำให้คุณแฮปปี้ เพราะถ้าคุณปล่อยตัวเองให้ว่าง อาจเกิดความรู้สึกเบื่อ ทีนี้ล่ะ คุณจะเริ่มหันไปหาของกินแล้ว

Author:
• Wednesday, May 16th, 2012
ฟิตเนส

คิดก่อนฟิต
โดย: ปิติชัย พงษ์วานิชอนันต์

ก่อนใช้บริการฟิตเนสสักที่มีเรื่องอะไรที่ต้องพิจารณากันบ้าง

การออกกำลังกายตามฟิตเนสเซ็นเตอร์ กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม หลายคนเลือกไปฟิตเนสเพราะมีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่หลากหลาย สถานที่ตกแต่งสวยงาม ทันสมัย มีเทรนเนอร์แนะนำการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่สนุกสนานไม่น่าเบื่อ

ในขณะที่บางคนสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนส เพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายให้กับตัวเอง เพราะรู้สึกว่าเสียสตางค์แล้วยังไงก็ต้องไปใช้บริการให้คุ้ม ซึ่งก็เป็นวิธีคิดที่น่าสนใจสำหรับคนที่เคยพยายามออกกำลังกายด้วยตัวเองแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ

การจะเข้าไปใช้บริการฟิตเนสได้นั้น คุณต้องจ่ายเงินไม่น้อยตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาทขึ้นอยู่กับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการให้บริการของฟิตเนสแต่ละแห่ง ดังนั้น ก่อนที่จะควักเงินออกจากกระเป๋าไปใช้บริการฟิตเนสสักที่หนึ่ง ลองมาดูกันสักนิดว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องพิจารณากันบ้าง

สถานที่

ไม่ควรเสี่ยงกับฟิตเนสที่จะเปิดให้บริการในอนาคต ประเภทที่เก็บเงินไปก่อนแล้วให้คุณไปใช้บริการที่สาขาอื่น เพราะโครงการอาจจะเลื่อนกำหนดเปิดออกไปแบบไม่มีกำหนด ดังนั้น เลือกฟิตเนสที่เปิดบริการแล้วดีที่สุด ถ้าคุณไม่อยากพเนจรไปเล่นฟิตเนสตามที่ต่าง ๆ

เลือกฟิตเนสสัก 2-3 แห่งที่คุณคิดว่าสามารถเดินทางไปใช้บริการได้สะดวก เช่น มีรถไฟฟ้าผ่าน ใกล้บ้าน หรือที่ทำงาน เป็นต้น เพราะต่อให้สถานที่ดูดี ดูทันสมัยขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าต้องเดินทางฝ่าการจราจรติดขัดไป 2 ชั่วโมงคุณก็คงไม่มีแรงเหลือที่จะไปออกกำลังกายแล้วล่ะ

ควรหาเวลาลองไปดูฟิตเนสที่คุณหมายตาเอาไว้ ว่าสถานที่จริงสะอาด ไม่แออัด อากาศถ่ายเทได้ดี แสงสว่างเพียงพอ ล็อกเกอร์เก็บของมีระบบรักษาความปลอดภัย เครื่องออกกำลังกายทันสมัย มีหลากหลายประเภทและเพียงพอกับผู้ใช้บริการ ขอแนะนำว่าควรไปในเวลาที่คุณคิดจะไปใช้บริการจริง ๆ เช่น หลังเลิกงาน เพื่อที่จะได้เห็นบรรยากาศจริง ๆ ว่า คนเยอะเกินไปหรือเปล่า เสียงดังอึกทึกครึกโครมเกินไปหรือไม่

ฟิตเนส

สัญญา

ฟิตเนสแต่ละแห่งมีกฎเกณฑ์ เงื่อนไขการให้บริการที่แตกต่างกันไป และปัจจุบันมีคอร์สออกกำลังกายและโปรโมชั่นต่าง ๆ เยอะมาก จึงควรหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบราคา และสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากหลาย ๆ แหล่ง

เป็นตัวของตัวเอง เลือกแพคเก็จที่เหมาะกับคุณ อย่าใจอ่อนไปกับลูกอ้อน ลูกตื้อของพนักงานขายที่พยายามจะนำเสนอสิ่งดี ๆ ให้มากมาย จนบางครั้งอาจทำให้คุณต้องจ่ายแพงเกินจำเป็น

ตรวจสอบดูว่าสิ่งที่พนักงานขายพูด มีระบุอยู่ในสัญญาหรือไม่ เพราะบ่อยครั้งที่พนักงานขายมักจะพูดจาจูงใจลูกค้าด้วยข้อเสนอต่าง ๆ ด้วยความที่อยากจะปิดการขายให้ได้ แต่พอเอาเข้าจริงแล้วทำไม่ได้ตามที่พูด

แม้หนังสือสัญญาจะตัวเล็กและมีรายละเอียดเยอะมาก คุณก็ควรอ่านให้เข้าใจก่อนที่จะเซ็นต์สัญญา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของคุณเอง

เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสัญญา คุณควรถามให้เข้าใจชัดเจน เช่น แพคเกจนี้ใช้บริการอะไรได้บ้าง ใช้ได้กี่สาขา วัน เวลาที่เปิดให้บริการ ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมบ้าง

สิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้ไว้ก็คือ สัญญาสมาชิกประเภทรายปีของฟิตเนสส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะระบุว่า ลูกค้าไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ก่อนครบกำหนด 1 ปี หมายความว่าคุณต้องจ่ายค่าสมาชิกทุกเดือนไปจนกว่าจะหมดสัญญา ไม่ว่าจะได้ไปใช้บริการหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าจะมีเวลาไปใช้บริการฟิตเนสได้อย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่ควรสมัครสมาชิกรายปีระยะยาว โดยเห็นแก่ส่วนลด หรือโปรโมชั่นต่าง ๆ

ลองนำคำแนะนำนี้ไปใช้เลือกฟิตเนสสำหรับออกกำลังกายดู รับรองว่าคุณจะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ไม่ต้องมานั่งปวดหัว เสียดายเงิน หรือเสียอารมณ์กับบริการที่ไม่ประทับใจแน่นอนครับ

consumer tip

ฟิตเนสส่วนใหญ่ยินดีให้คุณเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ เพื่อดูบรรยากาศจริง บางแห่งถึงกับแจกบัตรให้ทดลองเข้าไปใช้บริการฟรี แต่สิ่งที่คุณจะต้องเจอก็คือ การตื้อสารพัดรูปแบบของพนักงานขายที่พยายามพูดจาหว่านล้อมให้คุณสมัครสมาชิกในวันนั้นทันที ดังนั้น คุณต้องตั้งสติให้ดี ว่าคุณแค่มาเก็บข้อมูลเพื่อตัดสินใจ

เรามีประโยคเด็ดให้คุณไว้ใช้รับมือกับเซลล์จอมตื้อทั้งหลาย เป็นการปฏิเสธอย่างสุภาพและนุ่มนวลว่า “ข้อเสนอน่าสนใจ แต่ตอนนี้ยังเป็นสมาชิกของฟิตเนสอีกแห่งหนึ่งอยู่ อีกประมาณ 3 เดือน 6 เดือนถึงจะหมดอายุ”

Author:
• Tuesday, May 15th, 2012

ผิวสวย

ผิวมันก่อให้เกิดความรำคาญยุ่งยากใจกับสาวๆ มากมาย ไหนจะหน้ามันวาวระหว่างวัน ทำให้เมคอัพไม่ติดทน ผิวดูหม่นหมองไม่สดใส บ่อยครั้งที่เป็นสาเหตุให้เกิดสิวชนิดอุดตันและมีแนวโน้มอย่างมากที่จะเกิดเป็นสิวหัวดำ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ “สิวเสี้ยน” ไม่เพียงเท่านั้น พอสิวหายบางทีก็ทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้าอีกต่างหาก สำหรับใครที่มีผิวมันแล้วคงเป็นเรื่องที่กลุ้มอกกลุ่มใจกันทีเดียว เพราะต่อมไขมันมีการผลิตน้ำมันออกมามากเกินทำให้ผิวดูมันเงาไม่สดใส หากทาแป้งทับลงไปเชื่อแน่ว่าแป้งจุต้องไหลไปรวมตัวกับความมันที่ซึมออกมาทำให้ใบหน้าเป็นคราบแลดูไม่นวลเนียน นอกจากนั้น สิวที่ขึ้นเมื่อรวมตัวกับน้ำมันที่ผลิตออกมามากเกินก็จะมากขึ้น อาจเกิดการอุดตันรูขุมขน ทีนี้อยากรู้มั้ยว่าอะไรคือสาเหตุของการมีผิวมันได้บ้าง…

พันธุกรรม

หากสาวๆ มีผิวหน้ามันเงามาตั้งแต่กำเนิด ควรทำใจยอมรับและเลือกหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวคุณจะดีที่สุด

การลดความอ้วน

สาวๆ บางคนอาจนึกไม่ถึงว่าการลดความอ้วนก็ส่งผลกระทบให้สาวๆ หน้ามันได้นะ

ระดับฮอร์โมนในร่างกาย

รู้มั้ยว่าฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับความเครียดโดยตรง หากสาวๆ เครียดลองสังเกตดูสิว่าช่วงนั้นหน้าจะแลดูหมองคล้ำไม่สดใส ทาแป้งก็ไม่ติดทน ลองหันมาทำจิตใจให้สบาย และมองโลกในแง่ดีให้มากขึ้น คิดไว้เสมอว่าทุกปัญหามีทางแก้เสมอนะ

การตั้งครรภ์

เพราะยาสำหรับสตรีมีครรภ์บางชนิด หรือภาวะการเปลี่ยนแปลงในร่างกายขณะตั้งครรภ์อาจทำให้ร่างกายมีการผลิตน้ำมันส่วนเกินมากเกินกว่าปกติได้

ยาคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิดบางตัวมีสาระสำคัญที่ส่งผลให้ผิวผลิตน้ำมันส่วนกินมากเกินความจำเป็น

เครื่องสำอางบางชนิด

เครื่องสำอางบางชนิดอาจไม่เหมาะกับคนผิวมัน ก่อนใช้ควรหาข้อมูลผลิตภัณฑ์นั้นๆ เสียก่อนว่ามีผลทำให้ผวมันมากน้อยแค่ไหน เพราะหากผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นที่เกินควร อาจได้ของแถมเป็นสิวตามมาได้

สภาพอากาศ

เช่น ความร้อน ความขึ้นของสภาวะอากาศ หากอยู่ท่ามกลางสภาวะอากาศร้อนและเต็มไปด้วยมลพิษ แน่นอนว่าความมันเงาย่อมมาเคาะประตูเยือนผิวหน้าเป็นแน่

ผิวในวัยรุ่นมักมีผิวมัน ลีบเนื่องจากฮอร์โมนที่มีการเปลี่ยนแปลงในวัยดังกล่าวส่งผลให้ผิวมักจะมันง่ายกว่าผิวในวัยอื่นๆ โดยทั่วๆ ไม่เมื่ออายุมากขึ้นผิวจะเริ่มแห้ง ความมันเงาบนใบหน้าจะลดลงเพราะต่อมไขมันจะมีการผลิตน้ำมันน้อยลง แต่ถ้าหากคุณกำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน ภาวะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปในร่างกายจะส่งผลให้ต่อมไขมันมีการผลิตน้ำมันมากขึ้นผิวหน้าคุณจะมันวาวแลดูไม่สวยสดใส หลายคนมักมีผิวมันบางบริเวณ ส่วนมากมักจะมันช่วงที่โซน (คือในบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง) ผิวชนิดนี้เรียกว่าผิวผสม ผู้ที่มีผิวมันควรใส่ใจดูแลปรนนิบัติ ผิวให้มากขึ้น บอกจากจะช่วยให้ใบหน้านวลเนียนน่าสัมผัสแล้ว ยังช่วยเพิ่มบุคลิกภาพและความประทับใจเมื่อแรกเห็นได้อีกด้วย

Author:
• Tuesday, May 15th, 2012

ผิวสวย

ถึงแม้จะเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมแล้ว แต่ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง ประสิทธิภาพของครีมกันแดดก็จะลดน้อยลง

เรามี Tips ในการใช้ครีมกันแดดมาฝากค่ะ

1. การทาครีมกันแดดนั้น หากจะให้ได้ประสิทธิภาพตามที่กำหนด ก็ต้องใช้ปริมาณครีมราว 1 ช้อนชาหรือประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ สำหรับทาหน้าและคอ แนะนำให้แบ่งทา 2 รอบค่ะ

2. ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดราว 15 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดยึดติดกับผิวได้ดีกว่า และถ้าอยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ ก็ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

3. หากต้องมีกิจกรรมกลางแดดต่อเนื่อง หรือเล่นกีฬากลางน้ำกลางแดด  ควรเลือกครีมกันแดดชนิดกันน้ำ และทาครีมกันแดดซ้ำ ทุก 2 ชั่วโมง

4. ต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำสม่ำเสมอ

โดยสรุป การหลีกเลี่ยงแสงแดดสามารถลดปัญหาที่เกิดจากแสงแดดได้ดีที่สุด นอกเหนือจากนี้ควรป้องกันแสงแดดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น กำบังและการใช้ครีมกันแดด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดควรเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ร่วมกับวิธีการใช้ที่ถูกต้อง

Author:
• Thursday, April 26th, 2012

 

   ตอนนี้ใครๆ ก็เห่อน้ำปั่นสมูตตี้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ถ้าสาวๆ คิดจะอินเทรนด์แบบสุขภาพดี อย่าลืมสั่งน้ำปั่นรสบลูเบอร์รี่เท่านั้น

   ปกติผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ก็มีดีเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันริ้วรอยอยู่แล้ว แต่เจ้าบลูเบอร์รี่ยังให้เรามากกว่านั้นอีก เพราะเมื่อเปลือกของมันถูกปั่น แบคทีเรียชนิดดีในผิวบลูเบอร์รี่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ ช่วยป้องกันเบาหวานและโรคอ้วนให้คนที่กินเข้าไป ปกติน้ำปั่นสมูตตี้จะมีน้ำตาลสูง แต่ถ้าดื่มน้ำบลูเบอร์รี่ก็หมดห่วงเรื่องอ้วนไปได้

Author:
• Thursday, April 26th, 2012

  สาวๆ หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบเจ้าผักชีลาว เพราะกลิ่นมันฉุนเกินงาม แต่กลิ่นแค่นี้เทียบไม่ได้กับสารพัดคุณค่าของเจ้าผักชีลาว
 ในผักชีลาวมีทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และวิตามินบี ช่วยให้คนที่ยอมกลั้นใจกินไม่เป็นโรคท้องอืด อาหารไม่ย่อย ทำให้กระเพาะแข็งแรง ลดความดันโลหิตสูง ขยายหลอดเลือด กระตุ้นการหายใจ บำรุงผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งถ้าคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ผักชีลาวจะทำให้มีน้ำนมมาก และลดอาการโคลิกของเจ้าตัวน้อยได้ด้วย …

Author:
• Thursday, April 26th, 2012

   แผลในช่องปากใครว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ? เพราะความจริงแล้วหากเราไม่ดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากแล้วอาจเกิด “โรคปากนกกระจอก”ได้

       สำหรับบางคนแล้วโรคปากนกกระจอกนั้นอาจเป็นโรคธรรมดาที่สามารถเกิดซ้ำได้อีกถ้าหากเราไม่หมั่นทำความสะอาดช่องปาก…ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโรคปากนกกระจอกจะมีลักษณะเป็นวงกลมขาว ๆ ขนาดเล็ก หรือเจ็บรอบ ๆ บริเวณที่เป็น ไม่มีการแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่น

      แต่ในคนที่มีน้ำลายมากกว่าปกติ ริมฝีปากแห้งและชอบเลียปากจนติดเป็นนิสัยแล้วละก็อย่าคิดว่าเป็นเพราะบุคลิกส่วนตัว!!! เพราะนั่นอาจแสดงว่าคุณเป็นโรค “ปากนกกระจอก” แล้ว แต่ต้องสังเกตเพิ่มเติมว่าคุณมีอาการแพ้หรือระคายเคืองจากลิปสติก ยาสีฟันหรือไม่ร่วมด้วย หรือในผู้ที่ขาดวิตามินรวมถึงผู้สูงอายุที่ไม่มีฟันหรือใส่ฟันปลอม ทำให้รูปปากผิดปกติ เกิดการกดทับที่มุมปากกลายเป็นจุดอับชื้น เมื่อเหงื่อหรือน้ำลายมาอบบริเวณนั้นมากขึ้น ก็จะเกิดเป็นแผลที่มุมปาก และสุดท้ายอาจจะมีการติดเชื้อบางชนิดอย่างเช่นเชื้อรา แบคทีเรีย รวมถึงเชื้อไวรัสอย่างเริมได้

 

เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันที่จะไม่ให้เกิดโรคปากนกกระจอกขึ้นกับตัวเอง สามารถทำได้เพียงแค่อันดับแรก ต้องหมั่นทำความสะอาดปากและฟัน ด้วยการแปรงฟันและบ้วนปากให้สะอาดหลังทานอาหารอยู่เสมอ และควรเช็ดมุมปากให้แห้งอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งต้องพกผ้าเช็ดหน้าสะอาด ๆ ไว้คอยซับน้ำลายเพื่อไม่ให้เกิดการอับชื้นนั่นเอง

       วิธีต่อมา รักษาความสะอาดของเครื่องนอน เช่น ปลอกหมอน ผ้าห่ม ตลอดจนผ้าเช็ดหน้าที่ใช้เป็นประจำ ที่สำคัญต้องดื่มน้ำมาก ๆ ลดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และต้องเลิกนิสัยชอบเลียมุมปาก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ เพราะจะช่วยลดโอกาสการเกิดแผลมุมปากได้ 
      ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้และเราสามารถทำได้เพื่อไม่ไห้เกิดโรคปากนกกระจอก คือ การหมั่นทาปากด้วยลิปปาล์ม หรือขี้ผึ้งที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เพราะวิตามินอีจะช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นตัวดีขึ้นด้วย

      และสำหรับคนที่ขาดวิตามิน ควรทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 2 ซึ่งพบมากในข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ปลา ผักใบเขียว สำหรับธาตุเหล็กพบมากในธัญพืช และถั่วชนิดต่าง ๆ ส่วนผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมก็ควรทำความสะอาดฟันปลอมอยู่เสมอ เพราะฟันปลอมนี่แหละ คือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

หากทำได้เพียงแค่นี้ “โรคปากนกกระจอก” ก็จะไม่มาทำให้เราได้กังวลใจอีกเป็นแน่ ที่สำคัญถ้าไม่อยากให้โรคอื่นๆ นอกจากโรคปากนกกระจอกมากล้ำกลายด้วยแล้วละก็!!! ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างสมุนไพร ผัก และผลไม้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เราห่างไกล “โรค” ทุก “โรค” ได้แน่นอน….